..::โรงเรียนวัดโพธิ์ประสิทธิ์(วิบูลย์บำรุง)::..
 |
สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ
"The Triamudomsuksa Patthanakarn Suvarnabhumi School Parents and Teachers Association" |
| ให้มีคณะกรรมคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย 15 คน อย่างมากไม่เกิน 25 คน คณะกรรมการนี้ต้องเป็นสมาชิกของสมาคมและถูกเสนอชื่อในที่ประชุมใหญ่ โดยมีเสียงของผู้เข้าร่วม 2 ใน 3 รับรองในการจัดการประชุมครั้งนั้น จากนั้นให้ผู้ที่ได้เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เลือกกันเอง ประกอบด้วย นายกสมาคม 1 คน ,และอุปนายกไม่เกิน 4 คน ,โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ เป็นอุปนายกสมาคมคนที่หนึ่งโดยตำแหน่ง ,และเลขานุการ 1 คน ,เหรัญญิก 1 คน ,นายทะเบียน 1 คน ,ประชาสัมพันธ์ 1 คน ส่วนที่เหลือให้เป็นกรรมการ |
|
| การได้มาซึ่งกรรมการบริหารสมาคม ดังนี้ |
1. การเลือกนายกสมาคม ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ เป็นประธานในการจัดเลือกตั้งนายกสมาคม
1.1 ให้มีการเลือกตั้งนายกสมาคมโดยตรง ด้วยวิธีการลงคะหแนนโดยลับ ตามหลักประชาธิปไตย
1.2 ผู้สมัครมีการยื่นใบสมัคร และผู้สมัครจะต้องมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 10 คน โดยทางโรงเรียนจะเป็นผู้จัดทำประกาศรับสมัคร และดำเนินการจัดการเลือกตั้ง
1.3 หากผู้สมัครเพียง 1 คน ผู้สมัครนั้นจะต้องได้รับคะแนนเสียงเกิดกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์และจะต้องผ่านการรับรองจากที่ประชุมสามัญใหญ่ประจำปี จึงถือได้ว่าได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมโดยสมบูรณ์
2. คณะกรรมการบริหารสมาคม นอกจากผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นอุปนายกคนที่ 1 โดยตำแหน่งแล้ว กรรมการบริหารอื่นให้ดำเนินการ ดังนี้
2.1 ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศักษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ ประกาศเลือกครูที่เป็นสมาชิกเสนอชื่อในที่ประชุมใหญ่เพื่อให้การรับรองและแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหารสมาคมจำนวนไม่เกิน 10 คน
2.2 ให้นายกสมาคมและผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ ร่วมกันคัดเลือกสมาชิกของสมาคมที่เป็นผู้ปกครองของนักเรียนปัจจุบัน ซึ่งมิใช่ครูปัจจุบันของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ เข้าร่วมเป็นกรรมการบริหารสมาคม จำนวนไม่เกิน 10 คน
2.3 ให้สมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ สามารถเสนอชื่อสมาชิกกิตติมศักดิ์ เข้ามาเป็นคณะกรรมการบริหารสมาคม หรือสมาชิกกิตติมศักดิ์สามารถเสนอชื่อตนเอง เพื่อเข้ามาเป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมได้ |
|
กรรมการบริหารสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่ โดยสังเขปดังต่อไปนี้
|
| 1. นายกสมาคม ทำหน้าที่ เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ และที่ประชุมใหญ่ของสมาคม มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการกลางให้เป็นกรรมการเจ้าหน้าที่อื่นใด เพื่อให้รับผิดชอบงานของสมาคม |
| 2. อุปนายก ทำหน้าที่ เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการของสมาคม ปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกมอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคมให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำแทน |
| 3. เลขานุการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของสมาคม |
| 4. เหรัญญิก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคมและเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสมาคมเพื่อไว้ตรวจสอบ |
| 5. ปฏิคม ทำหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ ของสมาคม |
| 6. นายทะเบียน ทำหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าลงทะเบียนแรกเข้าและค่าบำรงสมาชิกจากสมาชิก |
| 7. ประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและบุคคลทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย |
| 8. กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้น โดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้ว จะต้องไม่เกินที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง |
| 9. คณะกรรมการบริหารสมาคม ต้องเป็นบุคคลที่ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย หรือถูกกล่าวโทษว่ามีความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง หรือไม่เป็นบุคคลผู้ล้มละลาย หรือเป็นบุคคลไร้ความสามารถ |
|
| คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 4 ปี แต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน เว้นแต่อุปนายกสมาคมคนที่ 1 สามารถดำรงตำแหน่งได้จนกว่าจะพ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการบริหารสมาคมที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อนจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับการจดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับการจดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับการจดทะเบียนจากทางราชการ ในกรณีคณะกรรมการพ้นสภาพจากสมาชิกสามัญเนื่องจากบุตรจบการศึกษาให้คณะกรรมการยังคงดำรงตำแหน่งต่อไปได้จนครบวาระ |
|
| ตำแหน่งกรรมสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบตามกำหนดวาระ ก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น และถ้าเป็นตำแแหน่งนายกสมาคมว่างลง ก็ให้คณะกรรมการเลือกกันเองเป็นนายกสมาคม |
|
| กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิได้เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้คือ |
| 1. ตาย |
| 2. ลาออก |
| 3. ขาดจากสมาชิกภาพตามข้อบังคับและตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ |
| 4. ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง |
| 5. เป็นผู้มีความประพฤติและปฏิบัติตนเป็นที่เสื่อมเสียชื่อเสียงและคณะกรรมการสมาคมมีมติให้ออกโดยคะแนนเสียงอย่างน้อยกว่า 3 ใน 4 ของคณะกรรมการของสมาคม |
|
| กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลากออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการและคณะกรรมการมีมติให้ออก |
|
| อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ มีดังนี้ |
| 1. มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้ |
| 2. มีอำนาจแต่งต้้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม |
| 3. มีอำนาจแต่งต้้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง |
| 4. มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ |
| 5. มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับ |
| 6. มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคมเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามข้อบังคับได้กำหนดไว้ |
| 7. มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม |
| 8. มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกจำนวน 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดไดทำหนังสือร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ |
| 9. มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ |
| 10. จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ |
| 11. มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้ |
|
| คณะกรรมจะต้องประชุมกันอย่างน้อย ภาคเรียนละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม หากมีเรื่องเร่งด่วนสามารถประชุมวิสามัญได้ ทั้งนี้คณะกรรมการควรแต่งกายโดยมีการประดับเครื่องหมายสมาคมเข้าร่วม |
|
| การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีการเข้าร่วมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด |
|
| ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น |
|
Untitled Document
จำนวนผู้เยี่่ยมชมเว็บไซต์

พัฒนาโดย : นายพรชัย สมพงษ์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนวัดโพธิ์ประสิทธิ์(วิบูลย์บำรุง)
(Watphoprasit School)
เลขที่ 136 หมู่ 4 ตำบลบ้านนา อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13150
โทรศัพท์ : 035-769269
|
|